หลังจากวิ่งอุตลุตขึ้นเครื่องและนั่งปวดก้นเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ เวลาสายๆของวันพฤหัสธรรมดาวันหนึ่งมนุษย์เด็กสามชีวิตก็เดินทางมาถึงสนามบินเชียงราย และกำลังขึ้นรถไปมุ่งหน้าไปโครงการพัฒนาชุมชนแห่งหนึ่งภายใต้การดำเนินการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างห้าวันที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าพวกเค้าต้องมีผู้ปกครอง ซึ่งคนนั้นก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายคนหนึ่งที่ชื่อโช พวกเค้าเรียกชายผู้นี้ว่า ‘พี่โช’ (และกลายเป็นปะป๊าโชในเวลาต่อมา)

เมื่อเดินทางมาถึงโครงการ สิ่งที่มนุษย์สามชีวิตนี้โหยหายิ่งนักคืออาหาร และเมื่อพี่โชถามขึ้นมาว่า ‘ไปกินข้าวมั้ย’ มีหรือพวกเขาจะปฏิเสธ พี่โชพาเด็กทั้งสามไปกินข้าวที่ร้านอาหารหน้าตาดีร้านหนึ่งแถวโครงการ ที่ร้านขายอาหารตามสั่งทั่วไปแต่รสชาติไม่ธรรมดา
น่าแปลกใจที่ถึงแม้ที่ร้านจะมีเมนูมากมายกว่าสี่สิบอย่าง แต่พวกเราสี่คนล้วนสั่งเมนูเดียวกันคือข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว พวกเรานั่งกินอาหารรสชาติดีพร้อมคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย และขณะที่ทุกคนกำลังเริ่มอิ่มท้องกันได้ที่ พี่สาวหน้าตาใจดีที่เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านก็เหมือนรู้ใจว่าถึงเวลาที่ร่างกายกำลังต้องการของหวาน จานมะม่วงสีเหลืองนวลหั่นเต๋าชิ้นพอดีคำถูกเสิร์ฟลงมากลางโต๊ะอาหาร สีและหน้าตาของมะม่วงที่แปลกไปจากมะม่วงที่เคยเจอมาสร้างความฮือฮากลางวงอาหารเล็กน้อย แต่สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับมนุษย์เด็กสามคนนี้มากกว่าคือ ***มะม่วงจานนี้ฟรี***
พี่โชแนะนำให้เราชิมมะม่วงด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ก็แฝงด้วยความคาดหวัง เด็กทั้งสามจิ้มๆดมๆมะม่วงท่าทางเหมือนนักวิทยาศาสตร์ปลอมกำลังตรวจสอบวัตถุแปลกใหม่ หากสังเกตจากรูปร่างภายนอก เจ้ามะม่วงนี้สีอ่อนกว่ามะม่วงทั่วไปที่พวกเค้าเคยเจอ เนื้อดูแน่นและเต่งตึงเหมือนผิวคนสุขภาพดี และแล้วก็ถึงช่วงเวลาที่รอคอย ได้เวลาลองชิม ชิ้นมะม่วงถูกจิ้มด้วยส้อมแล้วส่งเข้าปากเด็กทั้งสาม *อร่อย* ความรู้สึกแรกที่ได้รับคือมะม่วงนี้อร่อย แต่ก็ *แปลก* รสชาติ เนื้อสัมผัส ทุกอย่างของเจ้ามะม่วงนี่มัน *ใหม่* ไม่เหมือนมะม่วงที่เคยกินมาทั้งชีวิต รสชาติที่จะเปรี้ยวก็ไม่ใช่จะหวานก็ไม่เชิง แต่ที่แน่นอนคือมันกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวไม่หวานเกินไป กินแล้วกำลังสดชื่น เนื้อสัมผัสที่เหมือนกัมมะหยี่ เนื้อที่นุ่ม แต่แน่น ที่ก็ไม่เคยเจอที่มะม่วงที่ไหน
แต่แล้ว ระหว่างที่เรากำลังซาบซึ้งปลื้มปลิ่มในรสชาติอันมหัศจรรย์ของเจ้ามะม่วงหน้าใหม่นี่ พี่โชก็ตั้งคำถามให้พวกเราได้ใช้ความคิดขึ้นมากลางวงว่า ‘ให้ทายว่าโลละเท่าไหร่’ พี่โชให้เราทายราคามะม่วง โอโห แล้วอย่างนี้จะทายยังไงล่ะเนี่ย
“งืมม โลละร้อย”
“สองร้อยหรอ” พวกเราคิดว่ามันต้องแพงมากแน่ๆ
“แต่ลูกมันใหญ่มากเลยนะ หรือจะโลละหลักสิบ แต่ลูกนึงก็ตกเป็นร้อยอยู่ดี”
“โลละสักเจ็ดสิบมั้ย”
พวกเราคาดเดาราคากันไปเรื่อย
แล้วเสียงเฉลยของพี่โชก็แทรกขึ้นมากลางวง
“สองบาท”
“มะม่วงนี้โลละสองบาท ลูกละประมาณห้าบาท”